ความท้าทายครั้งใหญ่ในตลาดแรงงาน เมื่อระบบอัตโนมัติก้าวเข้ามาแทนที่มนุษย์
การขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจท่ามกลางการพัฒนาทางเทคโนโลยีในเวลานี้เต็มไปด้วยแรงกดดันรอบด้าน หากแต่เป็นแผนงานระยะยาวที่มีการกำหนดเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนจนถึงปีสองพันสามสิบ ส่งผลให้คนทำงานจำนวนมากต้องเตรียมพร้อมรับมือกับภาวะตกงานเชิงโครงสร้างอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
สิ่งที่น่าสะท้อนใจที่สุดคือท่าทีของผู้นำองค์กรระดับโลกที่ประกาศนโยบายอย่างตรงไปตรงมา สะท้อนให้เห็นว่าเม็ดเงินที่ลงทุนไปกับระบบเทคโนโลยีเริ่มส่งผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่า ซึ่งรวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยง click here การปฏิบัติตามข้อกำหนด และงานเอกสาร
ตัวชี้วัดความสำเร็จขององค์กรยุคใหม่ ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี
หากแต่เป็นการวางแผนเพื่อยกระดับอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นให้สูงขึ้น โดยสถาบันการเงินชั้นนำตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มรายได้ต่อหัวของพนักงานที่เหลืออยู่ให้มากขึ้น
- การเพิ่มอัตราผลตอบแทนส่วนทุน: องค์กรตั้งเป้าหมายตัวเลขผลตอบแทนที่เติบโตแบบก้าวกระโดดภายในไม่กี่ปีข้างหน้า
- การเพิ่มมูลค่าแรงงานที่เหลืออยู่: ระบบเอไอจะเข้ามาช่วยจัดการงานรูทีนเพื่อให้คนโฟกัสไปที่งานเชิงกลยุทธ์
- การเบนเข็มสู่ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง: อันเป็นตลาดที่ยังต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูง
ตัวเลขสถิติเหล่านี้เป็นเครื่องตอกย้ำว่าโลกการทำงานในอนาคตต้องการพนักงานจำนวนน้อยลงแต่มีคุณภาพสูงขึ้น
วิเคราะห์ประเภทงานในยุคเอไอครองเมือง
การปฏิวัติอุตสาหกรรมด้วยปัญญาประดิษฐ์ในครั้งนี้ทำให้เกิดเส้นแบ่งที่ชัดเจนในตลาดแรงงาน
กลุ่มงานที่ระบบคอมพิวเตอร์สามารถทำแทนได้ง่ายคือการทำงานตามกฎเกณฑ์ตายตัว การสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์ระยะยาวกับกลุ่มลูกค้า
สัญญาณเตือนถึงเมืองเทคโนโลยี
การที่สถาบันการเงินข้ามชาติเริ่มลดขนาดศูนย์บริการหลังบ้านย่อมส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังอุตสาหกรรมเอาท์ซอร์สทั้งหมด ส่งผลให้เกิดความท้าทายครั้งใหญ่ในการปรับตัวของแรงงานฝีมือในระดับภูมิภาค
ประวัติศาสตร์ทางเศรษฐกิจเคยชี้ให้เห็นว่าการเกิดเทคโนโลยีใหม่มักทำลายงานเก่าและสร้างงานใหม่ขึ้นมาเสมอ
แนวทางปรับตัวของคนทำงานยุคปัญญาประดิษฐ์
การเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ตนเองในตลาดแรงงานสมัยใหม่สามารถทำได้ดังนี้
1. การบริหารความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลขั้นสูง
เพราะความรู้สึกเห็นอกเห็นใจและความเชื่อใจในระดับบุคคลเป็นสิ่งที่ระบบคอมพิวเตอร์ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้
2. ระบบคิดวิเคราะห์และการประเมินบริบทซับซ้อน
ฝึกฝนการมองปัญหาในองค์รวมและการเชื่อมโยงปัจจัยภายนอกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ทักษะที่ 3: ความเชี่ยวชาญในการทำงานร่วมกันข้ามวัฒนธรรม
พัฒนาขีดความสามารถในการเป็นตัวกลางประสานความร่วมมือระหว่างกลุ่มคนที่มีความแตกต่าง
4. การบริหารจัดการธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบ
ฝึกการประเมินผลกระทบในมิติสังคมและศีลธรรมซึ่งระบบอัตโนมัติไม่สามารถคำนวณเป็นตัวเลขได้
ทักษะที่ 5: การเรียนรู้และปรับตัวอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
ละทิ้งความคิดที่ว่าการเรียนจบปริญญาจะรับประกันการทำงานไปตลอดชีวิตแล้วเปิดใจรับสิ่งใหม่